พนันบอลออนไลน์ เหนือ”มู”ยังมี”เป๊ป”

พนันบอลออนไลน์”

เมื่อการดวลกันบนแผ่นดินอังกฤษครั้งแรกของสองยอดกุนซือแห่งยุคจบลงด้วยชัยชนะของอดีตลูกหม้อกาตาลัน แม้ยอดคนโปรตุกีสจะแก้เกมได้ยอดเยี่ยมก็ตาม

พนันบอลออนไลน์ ศึก”แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้”นัดที่ 170 จบลงด้วยความสมหวังของขุนพลเรือใบสีฟ้า แน่นอนว่าสาวกซิตี้เซนส์ทั้งหลายคงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับชัยชนะที่มีเหนือคู่อริ 1-2 ตรงกันข้ามกับเหล่ากองทัพเร้ดอาร์มีที่ต้องผิดหวังและก้มหน้ายอมรับกับวลีที่ว่า ”เมืองแมนเชสเตอร์สีฟ้า” ไปอย่างน้อยอีก 5 เดือน จนกว่าทั้งคู่จะมีคิวรีแมทช์กันที่สังเวียน”เอติฮัด สเตเดี้ยม”ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ปีหน้า

การพบกันของคู่นี้ในแมทช์ล่าสุดได้รับความสนใจมากกว่าครั้งไหนๆ เพราะนอกจากของความเป็นศัตรูกันระหว่างสองสโมสรแล้ว ความเป็นอริกันระหว่างสองกุนซือของพวกเขายิ่งทวีความดุเดือดของเกมนี้ขึ้นอีกหลายเท่า

โชเซ มูรินโญ และ เป๊ป กวาร์ดิโอลา คือสองผู้จัดการทีมที่ได้รับการยกย่องว่าดีที่สุดในยุคนี้เมื่อดูจากความสำเร็จ นายใหญ่ชาวโปรตุกีสมีถ้วยรางวัลการันตีฝีมือ 23 โทรฟี ด้วยรูปแบบการเล่นที่เน้นผลแข่งขัน ขณะที่เฮ้ดโค้ชเลือดกาตาลันกวาดแชมป์ 20 รายการ(นับตั้งแต่เลื่อนชั้นคุมบาร์เซโลนาชุดใหญ่เมื่อปี 2008) ด้วยสไตล์เน้นครองเกมจ่ายบอลเท้าสู่เท้า(ติกิ-ตาก้า)

ดังนั้นการตัดสินใจย้ายมาคุมทีมคู่รักคู่แค้นร่วมเมืองที่กำลังชิงความเป็นใหญ่ บวกกับความขัดแย้งที่บ่มมายาวนานระหว่างทั้งคู่ จึงทำให้การพบกันครั้งนี้เป็นดรีมแมทช์ที่แฟนบอลทั่วโลกตั้งตารอ หากเทียบกับวงการมวยแล้วอารมณ์ไม่ต่างจากดรีมไฟต์ระหว่าง ฟลอย เมเวเธอร์ จูเนียร์ กับ แมนนี ปาเกียว

ก่อนศึกผ่าเมืองแมนเชสเตอร์ทั้งคู่เคยเคยพบกันมาทั้งสิ้น 16 ครั้ง ผลปรากฎว่า กวาร์ดิโอลาเหนือกว่า ด้วยสถิติชนะ 7 เสมอ 6 และ แพ้ 3 แต่ผู้สันทัดกรณีทั้งหลายมองว่ามูรินโญมีโอกาสดีกว่าในครั้งนี้ เพราะผ่านประสบการณ์คุมทีมในลีกอังกฤษโชกโชนกว่าเยอะ อีกทั้งกวาร์ดิโอลายังหมดสิทธิ์ใช้บริการดาวยิงตัวความหวังอย่าง เซร์คิโอ อเกวโร ที่ติดโทษแบนด้วย

อย่างไรก็ดี เมื่อถึงเวลาจริงกลับเป็นโค้ชชาวสแปนิชทำได้ดีกว่าหลายขุม โดยเฉพาะรูปเกมในครึ่งแรกนั้น นักเตะแมนฯซิตี้เหนือกว่าเจ้าถิ่นทุกกระบวนท่าและควรนำห่างด้วยสกอร์ 2 ลูก หาก เคลาดิโอ บราโว ไม่แจกของขวัญให้กับ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช

แม้เป๊ปจะออกมาปรามบรรดาสื่อมวลชนว่านี่เป็นการต่อสู้ของผู้เล่นในสนามมากกว่าสองผู้จัดการทีม แต่เป็นการวางหมากของเขาที่เรียกได้ว่าชนะมูรินโญขาดลอยตั้งแต่เริ่มเกม แข้งเรือใบสีฟ้าครองเกมแบบอยู่หมัดและปิดผนึกเกมรุกของแมนฯยูฯทุกรูปแบบ แฟร์นันดินโญ กับ ดาบิด ซิลบา สอดประสานเกมจากแดนหลังสู่แดนหน้าอย่างลงตัว เควิน เดอ บรอยน์, ราฮีม สเตอร์ลิง และ โนลิโต้ ปั่นป่วนแนวรับเจ้าถิ่นจนเป๋ไปเป๋มาหลายครั้ง เจ้าหนูอิเฮียนาโชจัดการตอบแทนความไว้วางใจของเจ้านายด้วยประตู ขณะเดียวกันทุกคนยังช่วยกันเล่นเกมรับและบีบพื้นที่จนคู่ต่อสู้แทบหาโอกาสเข้าทำไม่ได้(ไม่นับจังหวะพลาดของบราโว)

ผิดกับทางฝั่งของ ”เดอะ สเปเชียล วัน” ที่เพลี่ยงพล้ำตั้งแต่จัดผู้เล่น 11 คนแรก เฮนริค มคิตาร์ยาน และ เจสซี ลินการ์ด สองตัวเริมเส้นที่ได้รับโอกาสลงสนามทำเกมรุกไม่ได้และกลายเป็นจุดบอดของทีม กอปรกับ มารูยาน เฟลไลนี และ พอล ป็อกบา มิดฟิลด์คู่กลางที่คอยขับเคลื่อนเกมเจอเกมเพรสซิงของซิตี้เล่นงานจนไปไม่เป็น เกมของยูไนเต็ดจึงต่อไม่ติดและถูกบีบให้เป็นฝ่ายตั้งรับอยู่ตลอด

สิ้นเสียงระฆังหมด 45 นาทีแรกที่ “โอลด์ แทรฟฟอร์ด” หากเป็นกีฬาแลกหมัด ทรงมวยกวาร์ดิโอลาคงชนะน็อคมูรินโญเป็นแน่

อย่างไรก็ดี เทรนเนอร์ชาวโปรตุกีสควรได้รับคำชมกับการแก้เกมในครึ่งหลัง เขารับรู้ถึงความผิดพลาดของตัวเองดีกว่าคนอื่น จึงไม่รีรอ ส่งอันเดร เอร์เรรา และ มาร์คัส แรชฟอร์ด ลงแทนมคิตาร์ยานและลินการ์ด เกมตรงกลางสนามของปีศาจแดงดูดีขึ้นทันตา มิดฟิลด์สแปนิชลงมายืนประจำการหน้าแผงแบ็คโฟร์เปิดทางให้เฟลไลนีและป็อกบาเดินเกมรุกเต็มที่ พวกเขาจึงกลับมาครองบอลได้มากขึ้น

ส่วนเกมรุกของทีมนั้นดูวูบวาบกว่าเดิมมากเมื่อได้ความห้าวจากหอกดาวรุ่งชาวอังกฤษเข้ามาเสริม เจ้าหนูรายนี้ใช้ความเร็วเผาแนวรับซิตี้จนทีมเกือบได้ประตูตีเสมอหลายครั้ง โดยเฉพาะจังหวะเขาที่ส่งบอลเข้าไปกองในก้นตาข่าย แต่น่าเสียที่บอลดันไปแฉลบอิบราที่อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าก่อน

แต่กีฬาฟุตบอลนั้นเปลี่ยนตัวได้ทั้งสองฝั่ง กวาร์ดิโอลาจัดการแก้เกมสู้ชนิดตาต่อตาฟันต่อฟันเช่นกัน เมื่อเห็นรูปเกมของยูไนเต็ดดีขึ้นเป็นลำดับ เขาตัดสินใจส่งถอดกองหน้าอย่างอิเฮียนาโชออกและส่งแฟร์นันโดลงมาช่วยแดนกลางอีกแรงเพื่อสู้กับแผงมิดฟิลด์ของเจ้าบ้าน

จากนั้นตามด้วย เลรอย ซาเน ลงมาเป็นตัวทีเด็ดในการเล่นเกมโต้กลับเร็วและเกือบได้ประตูตอกฝาโลง จากจังหวะที่แนวรุกทีมชาติเยอรมันไหลให้ เดอ บรอยน์ วิงเข้ามาซัดที่เสาแรก แต่บอลดันพุ่งชนเสาก่อนผ่านปากประตูออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

จบ 45 นาทีหลัง มูรินโญดูดีกว่ากวาร์ดิโอลาเล็กน้อย หากเป็นกีฬามวยคงชนะคะแนนแต่อาจจะไม่เป็นเอกฉันท์ อย่างไรก็ดี เมื่อดูจากภาพรวมทั้งสองยกจบเกมแล้ว จะอย่างไรเทรนเนอร์สแปนิชล้วนสมควรเป็นฝ่ายถูกชูมือ

“เราเริ่มเกมโดยมีนักเตะบางรายเล่นได้ต่ำกว่าฟอร์มปกติมาก แต่ผมเป็นผู้จัดการทีม มันต้องเป็นความผิดของผมเสมอ เพราะผมเป็นคนเลือกพวกเขาลงสนาม”

กุนซือปีศาจแดงยอมรับความพ่ายแพ้และน้อมรับความผิดพลาดของตัวเอง

ชัยชนะของเรือใบสีฟ้าไม่เพียงแต่สั่นคลอนความเป็นเต้ยของยูไนเต็ดในเมืองแมนเชสเตอร์ แต่มันยังตอกย้ำภาพผู้แพ้ของมูรินโญในการดวลกับกวาร์ดิโอลาด้วย(ชนะเกมเดียวจาก 10 เกมหลังสุด)

ว่ากันให้ถึงที่สุด ความพ่ายแพ้หนึ่งนัดในช่วงต้นฤดูกาลไม่อาจดับความหวังสู่ความสำเร็จใด ๆ ในฤดูกาลนี้ ทุกอย่างยังเปิดกว้างสำหรับทั้งยูไนเต็ดและซิตี้ หากแต่ภาพลักษณ์แบบ ‘Over the top’ ที่ปีศาจแดงปูมาตลอดตั้งแต่เปิดตัว ‘เดอะ สเปเชียล วัน’ เป็นผู้จัดการทีม ไปจนถึงการซื้อกองหน้า ‘บร๊ะเจ้า’ อย่างอิบรา และกองกลางราคาแพงที่สุดในโลกอย่างป็อกบามาสู่ทีม แล้วมุ่งมั่นสร้างภาพความ ‘พิเศษเหนือใคร’ มาหลายเดือนนั้น จืดและเจื่อนไปไม่น้อย จำเป็นอย่างยิ่งที่พวกเขาต้องกลับสู่ฟอร์มการเล่นและผลการแข่งขันที่ดีให้เร็ว หากไม่อยากให้ทิศทางประชาสัมพันธ์ที่ทำมาต้องกลายเป็นตลกเฝื่อน ๆ

ภาษิตฝรั่งกล่าวว่า ”Behind an able man there are always other able men” ถอดความพอได้ว่า เหนือคนเก่งยังมีคนเก่งคนอื่นอยู่เสมอ แต่นาทีนี้ต้องยอมรับว่า ”เหนือมูรินโญยังมีกวาร์ดิโอลา”

อย่างน้อยจนกว่าจะถึง 25 กุมภาพันธ์ ปีหน้า